กำหนดหน้ากว้างที่แผนตัดต้องใช้
ระบุหน้ากว้าง 150 ซม. ไม่ได้หมายความว่าจะวางชิ้นตัดได้ครบ 150 ซม. ต้องแยกค่าที่เสนอขาย หน้ากว้างรวมริมผ้า และส่วนที่ใช้ได้หลังหักขอบเสีย ม้วนงอ หรือไม่มั่นคง เทียบกับแผนตัดที่อนุมัติ หากวางชิ้นไม่พอให้พักม้วนนั้นไว้ การดึงขอบบนโต๊ะตรวจให้กว้างขึ้นไม่ยืนยันว่าจะใช้ตัดได้อย่างคงที่
วัดโดยไม่ดึงและบันทึกตำแหน่ง
ปรับสภาพและปล่อยให้ผ้าคลายตัวตามเงื่อนไขที่ตกลง วางราบโดยไม่ดึงริม บันทึกขั้นตอนตกแต่ง เครื่องมือ ผู้วัด และตำแหน่งในม้วน แยกค่าหน้ากว้างรวมและใช้ได้จริงในหลายตำแหน่งตามความยาว ยืนยันความเหมาะสมและฉบับของ ISO 22198 กับห้องปฏิบัติการ การวัดเพียงต้นม้วนไม่บอกช่วงแคบที่อยู่ถัดไป
คำนวณต้นทุนพื้นที่และจัดแผนตัดใหม่
ตัวอย่างหน้ากว้างใช้ได้จริงลดจาก 1.50 ม. เป็น 1.45 ม. คือลดลงประมาณ 3.33% หากสมมติราคา 10 หน่วยเงินต่อเมตรยาว ต้นทุนต่อตารางเมตรที่ใช้ได้เพิ่มจาก 6.67 เป็น 6.90 นี่เป็นตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ใบเสนอราคา ปริมาณผ้าต่อเสื้อต้องใช้แผนตัดใหม่ เพราะรูปร่างชิ้น สัดส่วนขนาด ทิศขน และการต่อลายตารางมีผลต่อการใช้ผ้า
หาขั้นตอนที่ทำให้หน้ากว้างเปลี่ยน
เทียบข้อมูลผ้าดิบ หลังตกแต่ง การม้วน และตอนรับเข้าในสภาพใกล้เคียงกัน แยกตรวจแรงตึง การหดในกระบวนการเปียก การคลายหลังเปิดม้วน และขอบเสีย หน้ากว้างลดแต่กรัมต่อตารางเมตรเพิ่มอาจเกิดจากพื้นที่หด ทดลองตกแต่งใหม่ด้วยผ้าที่เก็บไว้ก่อน แล้วตรวจความคงตัวของขนาด สี น้ำหนัก และสัมผัสควบคู่กับหน้ากว้าง
อนุมัติรายม้วนด้วยเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร
ตกลงหน้ากว้างใช้ได้ขั้นต่ำ ขอบที่ตัดออก สภาพการวัด จุดตรวจ และวิธีจัดการจุดที่แคบเกินไป เก็บค่ารายจุดเพราะค่าเฉลี่ยอาจซ่อนปัญหา แนบเลขม้วน แผนตัดใหม่ ปริมาณใช้และผลต่อกำหนดส่ง การแก้งาน การใช้แผนแคบลง หรือยอมรับเป็นกรณีพิเศษต้องมีผู้อนุมัติก่อนนำชิ้นตัดไปปะปนในการผลิต
ตรวจสอบก่อนอนุมัติการผลิต
- ระบุรหัสสินค้า สี ม้วน และล็อตบนตัวอย่างทุกชิ้น
- ตกลงวิธีทดสอบ เงื่อนไข เกณฑ์ยอมรับ และผู้อนุมัติ
- หลังแก้ไขตรวจรูปลักษณ์ สัมผัส และผลจากวิธีดูแลที่กำหนด
- เก็บตัวอย่างเสียเดิมและตัวอย่างมาตรฐานจนปิดข้อร้องเรียน